คำสอนของป่ะป๊าหม่าม๊า ภาค๑
posted on 25 Aug 2009 20:49 by honeydew in Meช่วงนี้หม่ามี้หรือคุณแม่มักจะสอนเสมอๆว่า "ให้ทำงานเพื่อได้งาน ไม่ใช่ทำเพื่อหวังตำแหน่ง อำนาจ หน้าที่"
แม่บอกว่า ถ้าเราทำงานด้วยความตั้งใจ เรื่องอื่นๆมันก็จะเข้ามาหาเราเอง ไม่จำเป็นต้องไปดิ้นรนไขว่คว้า
ที่แม่พูดแบบนี้ คงมีสาเหตุมาจากน้องสาวข้าพเจ้าที่กำลังคิดจะลาออกจากงานปัจจุบันที่ทำอยู่
บ่นว่า ตัวเองทำงานแล้วไม่มีความเจริญก้าวหน้า คนอื่นที่เข้ามาทีหลังกลับได้เลื่อนตำแหน่ง
แม่มักจะมีคำพูดอะไรดีๆสอนลูกเสมอ แม่ไม่เคยกล่าวร้ายใคร ไม่เคยโทษใคร
แม่มักจะสอนให้ทำอะไรด้วยตัวเอง ไม่ให้รอหวังพึ่งคนอื่น
เวลามีอะไรเกิดขึ้นให้มองที่ตัวเองก่อน
ไม่ค่อยเหมือนป่ะป๊า พ่อจะสอนในอีกแนวนึง พ่อไม่ชอบให้ลูกร้องไห้หรือแสดงความอ่อนแอออกมา
จะมองว่าคนที่ร้องไห้เป็นคนไม่เข้มแข็ง แล้วการร้องไห้มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น
ตอนเด็กๆจำได้ว่าถ้ายิ่งร้องไห้ พ่อจะยิ่งโมโหและจะตีซ้ำ
พ่อไม่ให้เอาเปรียบใครแต่ก็ไม่ยอมให้คนอื่นเอาเปรียบเรา บางครั้งก็ออกแนวให้เอาตัวเองรอดไว้ก่อน
คนอื่นช่างมันเถอะลูก บางทีฉันก็คิด คำสอนของพ่อบางทีมันก็แหม่งๆนะ เหมือนคนเห็นแก่ตัวเลย
ก็เลยฟังไว้เฉยๆ ไม่ค่อยจะได้ทำตาม เพราะหายากที่จะได้เปรียบคนอื่นเค้า มีแต่เป็นรองเค้าเรื่อย
บ้านของคุณลุง
posted on 24 Aug 2009 18:06 by honeydew in Homeฉันเติบโตมาในครอบครัวฐานะปานกลาง ตอนฉันเกิด เรายังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง
ครอบครัวของเราอาศัยอยู่ในบ้านของคุณลุง บ้านคุณลุงจัดว่ามีพื้นที่กว้างมาก
สามารถปลูกบ้านได้สองหลังทีเดียวล่ะ เลยมีบ้านหลังใหญ่กับบ้านหลังน้อย
ซึ่งบ้านหลังน้อยปลูกเป็นเรือนไม้ชั้นเดียว โล่งๆ มีฝากั้นเป็นสองห้อง
แต่เรือนหลังนี้ไม่มีประตูหรอกนะ เราจะขึ้นเรือนได้สองวิธีใหญ่ๆ
วิธีแรกก็นั่งตรงริมๆเรือนแล้วก็ปีนๆหรือถัดตัวขึ้นมาบนเรือน ไม่ยากๆ สบายมาก
แต่จะลำบากสำหรับเด็กเล็กที่นั่งไม่ถึงพื้นเรือนอ่ะ ต้องอาศัยวิธีที่สอง
วิธีที่สอง ก็เดินขึ้นมาเพราะบริเวณริมพื้นเรือนช่วงกลางๆจะมีกล่องไม้ยาวๆวางไว้เหมือนตั่ง
ไว้ให้เราเหยียบก่อนเดินขึ้นไปบนเรือน
บนเรือนให้ห้องแรกจะเป็นห้องโล่งๆกินเนื้อที่ประมาณสามในสี่ของเรือนทั้งหมด
บนฝาเรือนมีนาฬิกาติดอยู่ เป็นนาฬิกาแบบโบราณที่จะมีตุ้มแกว่งไปแกว่งมา
พอถึงเวลาบอกเวลารายชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมงก็จะมีเสียงตีดังเม้งๆ
นอกจากนาฬิกาแล้ว รอบๆฝาเรือนก็จะมีกรอบรูปขนาดใหญ่ ตัวกรอบบุกำมะหยี่และมีลายประดับสวยงาม
แต่ละกรอบจะเป็นรูปเชื้อพระวงศ์ราชวงศ์จักรี อาทิเช่น รูปรัชกาลที่ ๕ รัชกาลปัจจุบัน เป็นต้น
ในห้องนั้นมีตู้หนังสือไว้เก็บหนังสือของลุง และมีโซฟาวางไว้ ๑ ตัว
ส่วนห้องเล็กนั้น ปัจจุบันกลายเป็นห้องเก็บอุปกรณ์การครัว มีตู้เย็น ตู้กับข้าว หมอหุงข้าว เป็นต้น
บ้านหลังใหญ่นั้นตอนฉันเกิดยังเป็นบ้านไม้สองชั้น ยังไม่ใช่บ้านปูนเหมือนในปัจจุบัน
ฉันจำรายละเอียดเกี่ยวกับตัวบ้านไม่ค่อยได้แล้ว มันผ่านมานานมาก
จำได้ว่าตัวบันไดนั้นอยู่ค่อนข้างสูงจากพื้น สีเนื้อไม้เป็นสีออกไปทางดำๆ ไม้เนื้อหนาดี
มีห้องพระที่แม่มักจะพาฉันกับน้องมาไหว้พระบ่อยๆ
อยู่มาไม่นานเท่าไหร่ ลุงก็รื้อบ้านหลังใหญ่ออก บอกจะสร้างบ้านใหม่เป็นบ้านปูนแทนบ้านไม้
คุณลุงได้ว่าจ้างญาติๆและคนรู้จักกันที่มีความถนัดในการปลูกบ้านและรับจ้างสร้างบ้านอยู่แล้ว
ให้มาช่วยกันปลูกบ้านหลังนี้
ระหว่างนั้นฉันและครอบครัว,ลุงกับป้าก็ต้องมาอาศัยเรือนหลังเล็กเป็นที่นอนกันไปพลางๆ
ตอนสร้างบ้านใหม่นั้น รู้สึกว่าเป็นช่วงที่น่าจะสนุกสนานช่วงหนึ่ง
ฉันสามารถเดินไปดูพวกลุงๆน้าๆทำงาน เวลาเอากบไสไม้ ใช้เลื่อย ใช้สกู เวลาวัดขนาดสิ่งของ
ก็เิดินไปเดินมา ช่วยหยิบจับอะไรบ้างเล็กๆน้อยๆ ถ้าเบื่อๆหรือไม่มีที่จะให้เล่นก็เดินลงมาเล่นกันเองข้างล่างแทน
บ้านหลังใหม่ที่สร้างเสร็จเป็นบ้านปูน ทาสีเหลืองอ่อน ตัวบ้านด้านนอกใช้อิฐสีส้มเว้นระยะสับหว่างกัน
แทนที่จะฉาบเป็นพื้นเรียบๆไปเฉยๆ ฉันว่ามันคลาสสิคดี
ช่วงหน้าบ้านหลังใหญ่ทำเป็นยกพื้นกว้างพอสองคนเดินสวนกัน รอบๆบ้านหลังใหญ่สามารถเดินถึงกันได้
ที่ว่างๆด้านที่มีแดดก็เลยขึงราวไว้ ทำเป็นที่ตากผ้า พื้นที่ที่เหลือก็เอาไว้ให้พวกเราเด็กๆใช้เป็นที่เล่นเฮฮากันไป
พื้นที่ว่างระหว่างบ้านหลังใหญ่กับบ้านหลังเล็กกว้างพอสมควรถูกปูพื้นด้วยแผ่นอิฐลวดลายต่างๆ
บางวันเราก็ปูเสื่อผืนใหญ่มานั่งกินข้าวกันตรงนี้
บ้านของลุงปลูกต้นไม้ใหญ่ๆไว้สองต้นคือต้นมะยมกับต้นคูณ แต่ปัจจุบันถูกตัดทิ้งไปหมดแล้วเหลือแต่ตอไม้
ตอนเด็กๆฉันชอบเก็บมะยมมาตำกิน อร่อยดี หรือจะไม่ตำ แค่จิ้มกับพริกเกลือก็ได้ อร่อยดีเหมือนกัน
ยิ่งก้านมะยมนี่ อันเรียวๆยาวเล็กนี้ ตีเจ็บอย่าบอกใครเลยล่ะ
ต้นคูณจะออกดอกช่วงหน้าร้อน ดอกของมันจะเป็นสีเหลืองสวย เกสรก็สีเหลืองนะ
ก้านเกสรตัวเมียจะร่วงลงมาพร้อมดอก ฉันชอบเก็บเอามาเล่น
มีฝักคูณด้วย แต่ไม่รู้ว่าเอาไว้ใช้ทำอะไร เคยลองหักเล่นๆ ข้างในมันจะเป็นสีดำๆ
ยางเหนีียวๆ