เจ้าหนูจำไม

posted on 26 Jul 2011 19:10 by honeydew  in Me
ตอนเด็กๆฉันค่อนข้างสนิทกับคุณลุง เพราะอยู่บ้านลุงกับป้าด้วยล่ะมั้ง
และลุงก็ใจดีกับฉัน ปกติลุงเป็นคนไม่ดุ (อาจจะมีบ่นบ้างตามประสาคนแก่)
 
ฉันซึ่งเป็นเด็กผู้หญิงก็ไม่ได้เล่นซนอะไรมากมายถึงขนาดต้องโดนดุด้วย
 
ฉันรู้สึกตัวเองว่าเป็น"เจ้าหนูจำไม" ในเรื่อง"อิคคิวซัง"
เพราะตอนฉันยังเล็ก ฉันชอบถามนู่นถามนี่
เห็นอะไรก็อยากรู้ไปหมด
และลุงก็ตอบคำถามฉันเสมอ
นั่นทำให้ฉันมีความสุขมาก
รู้สึกอยากถามต่อไปเรื่อยๆ
เพราะยิ่งถามก็ได้ความรู้ใหม่ๆ
ได้รู้เรื่องสนุกๆเพิ่มมากขึ้น
 
 
ฉันมักจะตั้งคำถามว่า ทำไม...
ก็เลยรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเจ้าหนูจำไม ตรงนี้แหละ
 
คิดถึงลุงจังเลย คิดถึงมากจนอยากจะร้องไห้
 
ลุงเสียชีวิตด้วยโรคชราเมื่อปี ๒๕๔๗ อายุ ๘๘ ปี

ช่วงนี้หม่ามี้หรือคุณแม่มักจะสอนเสมอๆว่า "ให้ทำงานเพื่อได้งาน ไม่ใช่ทำเพื่อหวังตำแหน่ง อำนาจ หน้าที่"

แม่บอกว่า ถ้าเราทำงานด้วยความตั้งใจ เรื่องอื่นๆมันก็จะเข้ามาหาเราเอง ไม่จำเป็นต้องไปดิ้นรนไขว่คว้า

ที่แม่พูดแบบนี้ คงมีสาเหตุมาจากน้องสาวข้าพเจ้าที่กำลังคิดจะลาออกจากงานปัจจุบันที่ทำอยู่

บ่นว่า ตัวเองทำงานแล้วไม่มีความเจริญก้าวหน้า คนอื่นที่เข้ามาทีหลังกลับได้เลื่อนตำแหน่ง

แม่มักจะมีคำพูดอะไรดีๆสอนลูกเสมอ แม่ไม่เคยกล่าวร้ายใคร ไม่เคยโทษใคร

แม่มักจะสอนให้ทำอะไรด้วยตัวเอง ไม่ให้รอหวังพึ่งคนอื่น 

เวลามีอะไรเกิดขึ้นให้มองที่ตัวเองก่อน 

ไม่ค่อยเหมือนป่ะป๊า พ่อจะสอนในอีกแนวนึง พ่อไม่ชอบให้ลูกร้องไห้หรือแสดงความอ่อนแอออกมา

จะมองว่าคนที่ร้องไห้เป็นคนไม่เข้มแข็ง แล้วการร้องไห้มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น

ตอนเด็กๆจำได้ว่าถ้ายิ่งร้องไห้ พ่อจะยิ่งโมโหและจะตีซ้ำ

พ่อไม่ให้เอาเปรียบใครแต่ก็ไม่ยอมให้คนอื่นเอาเปรียบเรา บางครั้งก็ออกแนวให้เอาตัวเองรอดไว้ก่อน

คนอื่นช่างมันเถอะลูก บางทีฉันก็คิด คำสอนของพ่อบางทีมันก็แหม่งๆนะ เหมือนคนเห็นแก่ตัวเลย

ก็เลยฟังไว้เฉยๆ ไม่ค่อยจะได้ทำตาม เพราะหายากที่จะได้เปรียบคนอื่นเค้า มีแต่เป็นรองเค้าเรื่อย

บ้านของคุณลุง

posted on 24 Aug 2009 18:06 by honeydew  in Home

ฉันเติบโตมาในครอบครัวฐานะปานกลาง ตอนฉันเกิด เรายังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง

ครอบครัวของเราอาศัยอยู่ในบ้านของคุณลุง บ้านคุณลุงจัดว่ามีพื้นที่กว้างมาก

สามารถปลูกบ้านได้สองหลังทีเดียวล่ะ เลยมีบ้านหลังใหญ่กับบ้านหลังน้อย

ซึ่งบ้านหลังน้อยปลูกเป็นเรือนไม้ชั้นเดียว โล่งๆ มีฝากั้นเป็นสองห้อง

แต่เรือนหลังนี้ไม่มีประตูหรอกนะ เราจะขึ้นเรือนได้สองวิธีใหญ่ๆ

วิธีแรกก็นั่งตรงริมๆเรือนแล้วก็ปีนๆหรือถัดตัวขึ้นมาบนเรือน ไม่ยากๆ สบายมาก

แต่จะลำบากสำหรับเด็กเล็กที่นั่งไม่ถึงพื้นเรือนอ่ะ ต้องอาศัยวิธีที่สอง

วิธีที่สอง ก็เดินขึ้นมาเพราะบริเวณริมพื้นเรือนช่วงกลางๆจะมีกล่องไม้ยาวๆวางไว้เหมือนตั่ง

ไว้ให้เราเหยียบก่อนเดินขึ้นไปบนเรือน

บนเรือนให้ห้องแรกจะเป็นห้องโล่งๆกินเนื้อที่ประมาณสามในสี่ของเรือนทั้งหมด

บนฝาเรือนมีนาฬิกาติดอยู่ เป็นนาฬิกาแบบโบราณที่จะมีตุ้มแกว่งไปแกว่งมา 

พอถึงเวลาบอกเวลารายชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมงก็จะมีเสียงตีดังเม้งๆ

นอกจากนาฬิกาแล้ว รอบๆฝาเรือนก็จะมีกรอบรูปขนาดใหญ่ ตัวกรอบบุกำมะหยี่และมีลายประดับสวยงาม

แต่ละกรอบจะเป็นรูปเชื้อพระวงศ์ราชวงศ์จักรี อาทิเช่น รูปรัชกาลที่ ๕  รัชกาลปัจจุบัน เป็นต้น

ในห้องนั้นมีตู้หนังสือไว้เก็บหนังสือของลุง และมีโซฟาวางไว้ ๑ ตัว 

ส่วนห้องเล็กนั้น ปัจจุบันกลายเป็นห้องเก็บอุปกรณ์การครัว มีตู้เย็น ตู้กับข้าว หมอหุงข้าว เป็นต้น

 

บ้านหลังใหญ่นั้นตอนฉันเกิดยังเป็นบ้านไม้สองชั้น ยังไม่ใช่บ้านปูนเหมือนในปัจจุบัน

ฉันจำรายละเอียดเกี่ยวกับตัวบ้านไม่ค่อยได้แล้ว มันผ่านมานานมาก

จำได้ว่าตัวบันไดนั้นอยู่ค่อนข้างสูงจากพื้น สีเนื้อไม้เป็นสีออกไปทางดำๆ ไม้เนื้อหนาดี

มีห้องพระที่แม่มักจะพาฉันกับน้องมาไหว้พระบ่อยๆ

 

อยู่มาไม่นานเท่าไหร่ ลุงก็รื้อบ้านหลังใหญ่ออก บอกจะสร้างบ้านใหม่เป็นบ้านปูนแทนบ้านไม้

คุณลุงได้ว่าจ้างญาติๆและคนรู้จักกันที่มีความถนัดในการปลูกบ้านและรับจ้างสร้างบ้านอยู่แล้ว

ให้มาช่วยกันปลูกบ้านหลังนี้

ระหว่างนั้นฉันและครอบครัว,ลุงกับป้าก็ต้องมาอาศัยเรือนหลังเล็กเป็นที่นอนกันไปพลางๆ

ตอนสร้างบ้านใหม่นั้น รู้สึกว่าเป็นช่วงที่น่าจะสนุกสนานช่วงหนึ่ง

ฉันสามารถเดินไปดูพวกลุงๆน้าๆทำงาน เวลาเอากบไสไม้ ใช้เลื่อย ใช้สกู เวลาวัดขนาดสิ่งของ

ก็เิดินไปเดินมา ช่วยหยิบจับอะไรบ้างเล็กๆน้อยๆ ถ้าเบื่อๆหรือไม่มีที่จะให้เล่นก็เดินลงมาเล่นกันเองข้างล่างแทน

 

บ้านหลังใหม่ที่สร้างเสร็จเป็นบ้านปูน ทาสีเหลืองอ่อน ตัวบ้านด้านนอกใช้อิฐสีส้มเว้นระยะสับหว่างกัน

แทนที่จะฉาบเป็นพื้นเรียบๆไปเฉยๆ ฉันว่ามันคลาสสิคดี

ช่วงหน้าบ้านหลังใหญ่ทำเป็นยกพื้นกว้างพอสองคนเดินสวนกัน รอบๆบ้านหลังใหญ่สามารถเดินถึงกันได้

ที่ว่างๆด้านที่มีแดดก็เลยขึงราวไว้ ทำเป็นที่ตากผ้า พื้นที่ที่เหลือก็เอาไว้ให้พวกเราเด็กๆใช้เป็นที่เล่นเฮฮากันไป

พื้นที่ว่างระหว่างบ้านหลังใหญ่กับบ้านหลังเล็กกว้างพอสมควรถูกปูพื้นด้วยแผ่นอิฐลวดลายต่างๆ

บางวันเราก็ปูเสื่อผืนใหญ่มานั่งกินข้าวกันตรงนี้

บ้านของลุงปลูกต้นไม้ใหญ่ๆไว้สองต้นคือต้นมะยมกับต้นคูณ แต่ปัจจุบันถูกตัดทิ้งไปหมดแล้วเหลือแต่ตอไม้

ตอนเด็กๆฉันชอบเก็บมะยมมาตำกิน อร่อยดี หรือจะไม่ตำ แค่จิ้มกับพริกเกลือก็ได้ อร่อยดีเหมือนกัน

ยิ่งก้านมะยมนี่ อันเรียวๆยาวเล็กนี้ ตีเจ็บอย่าบอกใครเลยล่ะ 

ต้นคูณจะออกดอกช่วงหน้าร้อน ดอกของมันจะเป็นสีเหลืองสวย เกสรก็สีเหลืองนะ

ก้านเกสรตัวเมียจะร่วงลงมาพร้อมดอก  ฉันชอบเก็บเอามาเล่น

มีฝักคูณด้วย แต่ไม่รู้ว่าเอาไว้ใช้ทำอะไร เคยลองหักเล่นๆ ข้างในมันจะเป็นสีดำๆ

ยางเหนีียวๆ